วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อวยพรแต่งงาน


เรียน ท่าน(ประธานจัดงาน) คุณพ่อคุณแม่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว และแขกผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน
กระผมรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญให้มากล่าวคำอวยพร ให้แก่คู่บ่าวสาวที่รักและเอื้ออาทรกันมากที่สุดคู่หนึ่ง


ก่อนอื่นต้องขอหยิบยกข้อคิด ไว้เตือนใจคู่บ่าวสาว เพื่อจะได้ครองรักให้ยืนยาวว่า....

1
ตอนรักกันใหม่ๆ ผู้ชายเป็นฝ่ายพูด ผู้หญิงเป็นฝ่ายฟัง
ตอนแต่งงานกันใหม่ๆ ผู้หญิงเป็นฝ่ายพูด ผู้ชายเป็นฝ่ายฟัง
พอแต่งงานไปนาน  ผู้หญิงเป็นผ่ายพูด ผู้ชายก็เป็นฝ่ายพูด  คนข้างบ้านเป็นฝ่ายฟัง
หากเป็นเช่นนี้ย่อมเห็นได้ว่า สัญญาณความขัดแย้งเริ่มเกิดขึ้น
ขอให้คู่บ่าวสาวทำความเข้าใจซึ่งกันและกันในทุกๆเรื่อง เอาใจเขามาใสใจเรา
อย่าใช้อารมณ์
หากวันไหนที่ไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกัน โกรธกัน ให้นึกถึงวันนี้(วันที่แต่งงาน)

2
จากถูกชะตา เป็นชอบพอ
จากชอบพอมาสู่ความรักใคร่
และรักใคร่มาถึงวันนี้
แต่จากวันนี้เป็นต้นไป มันจะกลายเป็นความผูกพัน
และความผูกพันจะเกิดขึ้นได้
ต้องมีความเข้าใจกัน
การเข้าใจกันนั้นไม่ได้ต้องเห็นด้วยในทุกเรื่อง แต่ต้องเข้าใจในทุกเรื่อง
เข้าใจว่า ทำไมเขาต้องคิดอย่างนี้
เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำอย่างนั้น
แม้ไม่เห็นด้วย แต่จงยอมรับ และเข้าใจกัน
จะทำให้เกิดความผูกพันขึ้นมา
และความผูกพันนั้นจะเป็นโซ่คล้องใจซึ่งกันและกันที่เหนียวแน่น
ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดนานเท่านาน

3
"ช้อนกับส้อมต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ช้อนมีหน้าที่ตัก ส้อมมีหน้าที่จิ้มหรือประคับประคองอาหารใส่ช้อน หมายถึงการช่วยกันดูแลประคับประคอง ทะนุถนอมซึ่งกันและกัน แต่ช้อนกับส้อมความสูงก็จะเท่ากัน นั่นหมายถึงการที่คู่สมรสมีความทัดเทียมกันจึงต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน"  และหากวันไหนที่ไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกัน โกรธกัน ให้นึกถึงวันนี้วันที่แต่งงาน วันทีเรามีความสุขความฝันร่วมกันว่าจะครองรักให้ยืนยาวตลอดกาล

4

"ชีวิตสมรสก็คือการผสมรส" หลายรสเข้าด้วยกัน หน้าที่ของคู่บ่าวสาวคือต้องช่วยกันปรุงรสให้พอดี ถ้าเป็นกับข้าวบนโต๊ะมีแกงส้ม คนที่เป็นแม่ครัวไทยเขาจะดูว่าแกงส้มอร่อยไหม ถ้าแกงส้มอร่อย แสดงว่าแม่ครัวคนนี้จะทำกับข้าวอร่อยทุกอย่าง เพราะแกงส้มเป็นแกงที่แกงยาก เราจะทำอย่างไรให้แกงมีความเผ็ดพอดีกับความหวาน ความเค็ม ความเปรี้ยว ชีวิตสมรสก็เช่นกัน เราต้องรู้จักปรุงอารมณ์มนุษย์ให้พอดี ถ้าโกรธมาก หึงหวงมาก บางทีชีวิตสมรสก็อาจอยู่ไมได้ ถ้ารักมากก็อาจจะเจ็บมาก คู่บ่าวสาวต้องรู้จักความพอดี ซึ่งการให้เกียรติกันและกันก็เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตสมรสเช่นกัน ชีวิตสมรสไม่มีสูตรตายตัวแล้วแต่ว่าเราชอบอย่างไหนก็ปรุงให้กับชีวิตของเรา และไม่จำเป็นต้องเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ให้เปรียบเทียบกับตัวเราว่าเราชอบอย่างไรเป็นพอ
5
ขอให้เจ้าสาวดูแลเจ้าบ่าวเหมือนดูแลหมา ขออภัยทุกท่านผมมิได้เปรียบเทียบเจ้าบ่าวเป็นสุนัข แต่ผมกำลังเปรียบเทียบการเอาใจใส่ดูแลให้เกิดความสุขต่างหาก ที่ขอให้เจ้าสาวดูแลเจ้าบ่าวเหมือนดูแลหมานั้น เพราะว่าเวลาเราเลี้ยงหมา หากเราล่ามโซ่มันให้สั้นติดกับเสา หมามันจะเห่าจะหอนตลอดเพราะมันไม่เป็นอิสระ ถ้าล่ามให้โซ่ยาวหน่อยให้มันไปดมโน่นดมนี่บ้าง มันก็จะไม่ค่อยเห่า แต่ถ้าปล่อยไปไม่ล่ามเลย บางทีมันเตลิดไปติดตัวเมียที่อื่นไม่ค่อยยอมกลับบ้าน สามีก็เช่นกัน ถ้าตามติดไม่ยอมให้ออกจากบ้านเขาก็จะสร้างเรื่องรำคาญใจ หาเรื่องทะเลาะ ถ้าปล่อยให้ออกไปเจอโลกภายนอกบ้าง สามีก็จะเกรงใจ แต่ถ้าปล่อยให้ออกนอกบ้านโดยไม่สนใจเลย อาจจะทำให้เขาเตลิดได้เช่นกัน และขออวยพรให้คู่บ่าวสาวถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร    และสุดท้ายขอฝากทั้งคู่บ่าวสาวว่า "ขอให้รักกันเหมือนวันแรกรัก" เพราะถ้าเรารักกันเหมือนวันที่เรารักกันใหม่ๆจะไม่มีปัญหาครอบครัวเลย เพราะทุกอย่างจะดีไปหมด ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะไม่เห็นความไม่ดีของอีกฝ่ายหนึ่งเลย ดังนั้นขอย้ำอีกครั้งว่า  "ขอให้รักกันเหมือนวันแรกรัก"

ปิดท้าย
สุดท้ายนี้ ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนะตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพลังแห่งรักที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีให้ต่อกัน ได้โปรดดลบันดาลให้คู่บ่าวสาว ประสบความสำเร็จในการครองรักครองเรือน สามารถสร้างฐานะครอบครัวให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง มีหน้าที่การงานที่ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ร่ำรวยไม่เลิกรา มีลูกหลานที่แข็งแรง เก่ง ดี มีความสุข และเป็นครอบครัวที่อบอุ่นด้วยความรัก มีพลังแห่งรักที่อบอุ่นประทับใจซึ่งกันและกันตลอดกาล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น